100Y DESiGN

WEBSITE GRAPHIC DESIGN

ผู้เขียน หัวข้อ: กระบวนการเลือกใช้บริการ SEO GROUP ทำการตลาดออนไลน์ Search Marketing ติดอันดับกูเกิล  (อ่าน 608 ครั้ง)

panda42

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 13
    • ดูรายละเอียด
    • seo
แจ้งข่าวกระบวนการเลือกใช้บริการ SEO GROUP ทำการตลาดออนไลน์ Search Marketing ติดอันดับกูเกิล บทความนี้ดีจริง

กฎเหล็กเลือกใช้บริการ SEO GROUP ประชาสัมพันธ์ Internet Marketing ติดอันดับกูเกิล มาทำความรู้จักเกี่ยวกับบริการ SEOสามารถศึกษาทำความเข้าใจจากบทความนี้ กระบวนการการเลือกบริษัทบริการ SEO คุณภาพ

  ปัจจุบันมีบริษัทที่ให้บริการ SEO มากมาย ทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ รวมกัน ผู้ที่รับทำ SEO บางเว็บก็ติดอันดับกูเกิล คีย์เวิร์ดเกี่ยวกับการให้บริการเอสอีโอมานานแสนนานหลายปี ติดอันดับตั้งแต่ยุคที่ลิงค์เป็นทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับการทำการตลาดออนไลน์ หรือยุคที่ลิงค์รุ่งเรืองก็ว่าได้ แม้ยุคนี้ Google จะให้ความสำคัญกับแต้มลิงค์ลดลงไปมาก แต่เว็บที่ติดอันดับกูเกิล มาอย่างเนิ่นนาน ย่อมได้เปรียบ และได้สกอร์สถิติคนเข้าเว็บไซต์สะสมมาอย่างนานแสนนานนั่นเอง กอรปกับ ชื่อเว็บไซต์ ที่มีอายุมากๆ ยิ่งทำให้กูเกิลมั่นใจว่าเว็บเหล่านั้นมีคุณภาพ เมื่อเป็นเช่นนี้ มันก็เป็นการสร้างความยุ่งยากให้กับผู้ใช้บริการ SEO หน้าใหม่ ที่อาจไม่มีพื้นฐานด้านเอสอีโอ ไม่ว่าจะเป็นพื้นฐานของเอสอีโอสมัยเก่าและสมัยใหม่ ทำให้ไม่มีความรู้ในการเลือกบริษัทบริการ SEO ที่ดี อาศัยแค่ว่าเห็นเว็บผู้ให้บริการเอสอีโอติดอันดับ Google เป็นตัวตัดสินว่าจะใช้บริการจากเจ้าไหน ซึ่งสิ่งที่เป็นจริงแล้ว เว็บที่ให้บริการดันอันดับ Google หลายเว็บใช้เวลาเป็นปี หรืออาจหลายปี กว่าจะติดหน้าแรกคีย์เกี่ยวกับการให้บริการทางด้าน Search Marketing แต่อย่างว่า ผู้จ้างทำ SEO ก็ไม่รู้หรอกว่าแต่ละเว็บใช้ช่วงเวลาการติดอันดับเท่าไหร่ แต่ผมบอกได้คร่าวๆ ว่าใช้ระยะเวลาอย่างน้อยที่สุด 1 ปี ในการทำให้ติดหน้าแรกคีย์เกี่ยวกับการรับทำเอสอีโอครับ บางเว็บก็ไม่ใช่จะติดอันดับนิ่ง มีการสวิงของอันดับเป็นระยะๆ ติดหน้าแรกบ้าง ติดหน้าสอง หน้าสามบ้าง สลับกันไปมา สิ่งเหล่านี้มันเป็นความเสี่ยงของผู้ที่จะจ้างนักทำ SEO ว่าจะเลือกเว็บไหนดันอันดับจึงจะสามารถทำเอสอีโอติดหน้าแรกได้จริง และปัจจุบันการทำ SEO ก็ยากกว่าอดีตที่ผ่านมามาก และก็มีนักทำเอสอีโอน้อยรายที่เก่งจริงๆ สิ่งเหล่านี้ผู้จ้างทำเอสอีโอจึงจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีเลือกใช้บริการ SEO ให้สามารถทำอันดับได้จริง เพื่อที่จะใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญด้าน Internet Marketing ตัวจริง และวันนี้ผมก็มีกฎคร่าวๆ ในการเลือกใช้บริการดันอันดับ Google จากมืออาชีพตัวจริง

1. แกะดูวิธีการการทำอันดับของผู้ให้บริการ SEO

  การแกะดูวิธีการของผู้ให้บริการ SEO ว่าใช้วิธีการอะไรในการทำอันดับ จะช่วยสนับสนุนให้เราเชื่อมั่นยิ่งขึ้นว่า เราเลือกบริษัทรับทำ SEO ที่มีคุณภาพ ซึ่งเราจะต้องตรวจเช็คแนวทางการทำเอสอีโอของผู้ให้บริการแต่ละรายอย่างละเอียด เพื่อสามารถนำมาแยกแยะ และไตร่ตรองว่าควรเลือกบริษัทไหนในการทำเอสอีโอให้เรา วิธีการแกะดูว่าเว็บนั้นๆ ใช้วิธีไหนในการทำเอสอีโอ ก็มีตั้งแต่การตรวจเช็คดูว่าเว็บนั้นๆ มีการปรับ SEO On Page ยังไง และมีแนวทางการสร้าง SEO Off Page คุณภาพมากน้อยขนาดไหน ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ การปรับเอสอีโอออนเพจ คือ การปรับในส่วนของปัจจัยภายในเว็บเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการปรับ Title ของเว็บ การปรับพวก Meta Tags ต่างๆ ของเว็บไซต์ การเน้นคำหรือประโยคภายในเว็บ รวมไปถึงการกำหนด Keyword หลักของเว็บไซต์ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการปรับในส่วนของออนเพจนั่นเองครับ ส่วนการปรับออฟเพจ คือการสร้าง backlinks กลับมาหาเว็บไซต์หลัก หรือเรียกว่าการสร้างแบ็คลิงค์ภายนอกชี้มายังเว็บที่เราจะดันอันดับ ซึ่งการสร้างลิงค์ก็มีตั้งแต่การสร้าง Anchor Text Link การสร้าง Domain Link การกระจายคีย์เวิร์ดที่ใช้ในการสร้างลิงค์ เป็นต้น

2. ตรวจเช็คการปรับ On Page ของผู้ให้บริการ SEO

  แนวทางการตรวจสอบการทำเอสอีโอออนเพจ ของผู้ให้บริการ SEO ก็ไม่ได้มีอะไรยุ่งยากซับซ้อน วิธีที่ง่ายที่สุด คือการตรวจสอบการกำหนด Title , Meta Description , Meta Keywords และการเน้นข้อความภายในเว็บไซต์ ว่ามีการเน้นประโยคที่เป็น Keyword หลักเป็นธรรมชาติหรือไม่ โดยดูจากความเป็นธรรมชาติของการเน้นขนาดของประโยค สีตัวอักษร และการกำหนด Paragraph ของบทความ ว่าทำให้เราอ่านสะดวกหรือไม่ และเนื้อหาที่เราอ่านแล้ว เราได้รับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการอ่านครั้งนี้ หรือไม่ นอกจากนี้แล้วยังต้องตรวจสอบอีกด้วยว่า เว็บนั้นรองรับการแสดงผลบนมือถือหรือไม่ ตามเกณฑ์ของกูเกิลที่กำหนดให้เว็บไซต์จะต้องรองรับ Responsive Design หรือเรียกอีกอย่างว่า Google Mobile Friendly อีกทั้งตรวจเช็คว่าเว็บรองรับเทคโนโลยี AMP ที่ย่อมาจาก Accelerate Mobile Pages หรือไม่ เป็นต้น นอกจากนั้นแล้วให้เราตรวจเช็คว่าเว็บนั้นๆ มีการ  Index  ปริมาณกี่หน้า แต่ละหน้านั้นเป็นบทความคุณภาพเป็นมิตรกับผู้อ่านหรือไม่ โดยใช้คำสั่ง site: ตามด้วยชื่อเว็บที่ต้องการตรวจเช็คการอินเด็กซ์ รวมทั้งการตรวจสอบการเชื่อมโยงลิงค์ภายในของเว็บด้วย

3. ตรวจเช็คการปรับ Off Page ของผู้ให้บริการ SEO

  แนวทางการตรวจเช็คการปรับเอสอีโอออฟเพจของผู้ให้บริการ SEO เป็นการตรวจสอบว่าผู้ให้บริการเอสอีโอ หรือ เว็บไซต์ที่เราอยากได้ตรวจสอบดูขั้นตอนการสร้าง Backlinks ของผู้ให้บริการนั้นๆ หรือเว็บนั้น ว่าได้สร้างแบ็คลิงค์คุณภาพหรือไม่ เพื่อที่เราจะได้มั่นใจว่าหากใช้บริการ SEO กับเว็บนั้นๆ แล้ว เราจะได้รับการสร้างลิงค์กลับเข้าหาเว็บหลักของเราด้วยลิงค์คุณภาพ ช่วยสนับสนุนให้เว็บของเราติดหน้าแรกกูเกิล อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงของการโดน Google Penalty เพราะต้องบอกก่อนครับว่า การสร้างแบ็คลิงค์เพื่อดันอันดับเอสอีโอนั้น ไม่ว่าเราจะสร้างลิงค์คุณภาพหรือไม่ ระยะเริ่มต้นอันดับเอสอีโอของเว็บเราจะสวิงลงก่อนเสมอ หากกูเกิลตรวสอบว่าเราสร้างลิงค์คุณภาพถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกูเกิล อันดับของเว็บก็จะขยับขึ้นและสุดยอดกว่าเดิมครับ ต้องดูด้วยว่าบทความที่เขียนขึ้นเพื่อสร้างแบ็คลิงค์กลับมาหาเว็บหลัก หรือ Money Site นั้น มีเนื้อหาสอดคล้องกับหรือไม่ อ่านรู้เรื่องหรือไม่ บทความดังกล่าวเป็นมิตรกับผู้เยี่ยมชมหรือไม่ แล้วเมื่ออ่านบทความดังกล่าวแล้วเราได้รับความรู้หรือไม่ สิ่งเหล่านี้ต้องตรวจเช็คอย่างละเอียด อีกทั้งต้องดูวิธีการสร้างลิงค์ของผู้ให้บริการ SEO ว่ามีการใช้ Anchor Text Link โดยการกระจายคีย์เวิร์ดให้เป็นธรรมชาติหรือไม่ ไม่เน้นคีย์เวิร์ดใดคีย์เวิร์ดหนึ่งมากจนเกินความเหมาะสม ตลอดจนตรวจสอบด้วยว่า เป็นการสร้างแบ็คลิงค์บนหน้าเว็บที่น่าเชื่อถือหรือไม่ กล่าวคือ ถ้าเป็นการสร้างลิงค์บนบล็อก หรือเว็บ ที่ไม่มีการโพสต์บทความซ้ำๆ หรือที่เรียกว่า Duplicate Content ก็โอเคระดับหนึ่ง และต้องไม่เป็นการสร้างแบ็คลิงค์จากเว็บที่มีลักษณะ Content Farm หรือเว็บที่โพสบทความซ้ำๆ และเป็นเนื้อหาที่ไม่เข้าพวกกัน มีบทความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เป็นต้น

4. ตรวจเช็คการสร้างลิงค์ด้วย Blog Network ของผู้ให้บริการ SEO

  สิ่งที่สำคัญอีกประการที่ผู้จ้างทำ SEO จะต้องเข้าใจและสามารถตรวจเช็คบริษัทที่ให้บริการ SEO ว่ามีการใช้ Private Blog Network หรือไม่ และหากมีการใช้เน็ตเวิร์คส่วนตัวในการทำเอสอีโอแล้ว PBN ดังกล่าว มีคุณภาพมากน้อยขนาดไหน และผู้จ้างทำเอสอีโอจะต้องเข้าใจด้วยว่าเว็บแบบไหนที่เรียกว่าเน็ตเวิร์คส่วนตัวด้วยครับ และ Network ส่วนตัวส่วนใหญ่จะใช้ CMS หรือ Webboard เป็นหลัก ถ้าเป็นซีเอ็มเอสก็จะนิยมใช้ Wordpress สำหรับสร้างเน็ตเวิร์คส่วนตัว เพราะเวิร์ดเพลสสนับสนุนเอสอีโอมากที่สุดในตระกูลของบล็อกฟรีครับ ส่วนถ้าเป็นเว็บบอร์ดก็จะเป็น SMF ซึ่งเป็นเว็บบอร์ดที่สนับสนุนเอสอีมากที่สุดสำหรับเว็บบอร์ดฟรี แต่ถ้าเสียตังค์ก็จะเป็น Vbulletin ที่สนับสนุนเอสอีโอได้เจ๋งกว่าเอสเอ็มเอฟครับ สิ่งที่ควรมองดูอีกอย่างคือ ถ้าเป็นเว็บที่ใช้ทำเน็ตเวิร์คส่วนตัว ส่วนใหญ่จะเป็นเว็บปิด ไม่เปิดให้มีสมาชิกมาร่วมโพสต์บทความด้วย และคนที่โพสต์เนื้อหาส่วนใหญ่จะเป็นชื่อซ้ำๆ กันแต่จะโพสต์บทความไม่เหมือนกัน และสร้างแบ็คลิงค์ไปยังหลายๆ เว็บ และส่วนใหญ่จะเป็น Admin ที่โพสเนื้อหาเพื่อสร้าง backlinks ครับ อีกประการหนึ่ง คือ ลักษณะการโพสต์ หากเป็นเน็ตเวิร์คส่วนตัว จะมีหลายๆ เว็บที่มีลักษณะเหมือนๆ กัน เนื้อหามีบทความคล้ายกันกัน หรือบางครั้งอาจเหมือนกันในบางจุด แต่จะชี้ไปยังเว็บจุดหมายคล้ายๆ กันในเวลาที่โพสคล้ายกันกัน ถ้าเจอแบบนี้ เป็นการสร้างเน็ตเวิร์คส่วนตัวเพื่อดันอันดับแน่นอน แม้ว่าสมัยนี้นักทำ SEO จะชื่นชอบใช้ Network ส่วนตัวดันอันดับลดลง เพราะต้นทุนสูง โอกาสโดนกูเกิลแบนมีมาก และยุคนี้ต้องอาศัย IPs ของ SEO Hosting ปริมาณมากๆ จึงจะเห็นผล ทำให้มีต้นทุนที่สูง นักทำเอสอีโอส่วนใหญ่จึงหันไปโพสเว็บบอร์ด หรือบล็อกฟรี เพื่อสร้างแบ็คลิงค์กลับเข้าสู่เว็บหลัก

5. ตรวจสอบการใช้ Search Engine Console ของผู้ให้บริการ SEO

  ในการทำเอสอีโอผู้ให้บริการ SEO จะต้องนำเว็บเข้าสู่ระบบ Search Engine Console ซึ่งสมัยก่อนเรียกว่า Google Webmaster Tools เพื่อที่จะส่งเสริมให้เว็บสามารถทำอันดับได้ดียิ่งขึ้น เพราะภายในกูเกิลเสิร์ทคอนโซลมีเครื่องมือสำหรับรองรับการทำให้เว็บรองรับ Google Search ไม่ว่าจะเป็นการส่ง Sitemap ของเว็บเราไปยังกูเกิล เพื่อให้ Googlebot เข้ามาเก็บข้อมูลได้รวดเร็วและง่ายขึ้น เนื่องจากหากเว็บของเราสามารถ  Index  บน Search Result เร็วๆ นั่นย่อมมาถึงการเพิ่มโอกาสที่คนจะคลิกเข้าสู่เว็บของเราผ่านทาง Search Engine มากตามไปด้วยนั่นเองครับ อีกทั้งภายในเครื่องมือ Search Engine Console ยังมีฟังก์ชั่นการดึงหน้าเว็บคล้ายเป็น Google เอาไว้ให้เราเรียก Googlebot มาเก็บข้อมูลภายในเว็บขอเราทันทีที่เราอัพเดทข้อมูลสำเร็จแล้ว และไม่อยากรอให้บอทมาเก็บก็สามารถเรียกบอทมาได้ทันที ซึ่งหนึ่งบัญชีสามารถเรียกกูเกิลบอทแบบเรียลไทม์ได้เดือนละ 10 ครั้ง และสามารถเรียกบอทแบบธรรมดาเดือนละ 500 ครั้ง ต่อ 1 Account นั่นเองครับ อย่างไรก็ตามหากไม่ได้อัพเดทข้อมูลภายในเว็บไซต์ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้งานฟังก์ชั่นส่วนนี้ เพราะอาจไม่ส่งผลดีต่ออันดับครับ

6. สอบถามผู้ให้บริการ SEO ตรงๆ ว่าสร้าง Traffic ได้หรือไม่

  แม้ว่าเราจะสามารถตรวจเช็คข้อมูล Traffic ของเว็บไซต์อื่น หรือเว็บผู้ให้บริการ SEO ว่าสามารถสร้างทราฟฟิคได้หรือไม่ โดยสามารถตรวจเช็คจากการเอา URL ของ ชื่อเว็บ ไปตรวจเช็คกับเว็บตรวจสอบ Backlinks และ Traffic ของต่างประเทศ เราสามารถเลือกดูในส่วนของทราฟฟิคที่เข้าสู่เว็บนั้นๆ ได้ แต่อย่างว่าครับ หากเราไม่ใช่เจ้าของเว็บไซต์ แม้เราจะเอาชื่อชื่อเว็บไปตรวจเช็คข้อมูลทราฟฟิคที่เข้าสู่เว็บไซต์ ก็เป็นเพียงตัวเลขคร่าวๆ มีความคลาดเคลื่อนสูงมาก สรุป คือ เราไม่สามารถตรวจข้อมูลทราฟฟิคของเว็บไซต์อื่นได้ เว้นแต่ว่าเว็บนั้นมีการติดตัวนับคนเข้าเว็บ หรือที่เรียกว่า Counter หรือ Visitor Stat
รูปที่เกี่ยวข้อง
รูปภาพที่เกี่ยวข้องกระบวนการเลือกใช้บริการ SEO GROUP ทำการตลาดออนไลน์ Search Marketing ติดอันดับกูเกิล
บทความเลือกใช้บริการ SEO GROUP ประโมทเว็บไซต์ Search Marketing ติดอันดับต้นๆ
อ้างอิงจาก: บริการ SEO
แท็ก: บริการ SEO
อ้างจาก: บริการ SEO
กระบวนการเลือกใช้บริการ SEO GROUP ทำการตลาดออนไลน์ Search Marketing ติดอันดับกูเกิล
หมวดหมู่: Search Engine Optimization
หน้าหลัก: http://www.cmseogroup.com
รายละเอียดสินค้า: http://www.cmseogroup.com/page/SEO-คืออะไร
ติดต่อเรา: http://www.cmseogroup.com/page/Google-Suggest-คืออะไร
ชื่อ: ซีเอ็ม เอสอีโอ กรุ๊ป (CM SEO GROUP)
ที่อยู่: Hamony Office หมู่ 1 ตำบลสันทรายน้อย อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 50210
เบอร์โทรติดต่อ: 096-237-3905
อีเมล์: thaiseogroup@gmail.com