ผู้เขียน หัวข้อ: เนื้อหาโครงงานจ้างแรงงาน "นิสิตจบใหม่" 2.6 แสนอัตรา  (อ่าน 1238 ครั้ง)

kkthai20009

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 167259
    • ดูรายละเอียด
รายละเอียดโครงการว่าจ้าง "นิสิตจบใหม่" 2.6 แสนอัตรา จากกรณีที่ เมื่อวันที่ 2 เดือนกันยายน 63 นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสำนักงานสภาพัฒท้องนาเศรษฐกิจและก็สังคมแห่งชาติ(สศช.) แถลงผลการสัมมนาศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดวัววิด-19 หรือ ศบศาสตราจารย์ว่า ห้องประชุมศบศ. เห็นดีเห็นงามมาตรการผลักดันการว่าจ้างคนจบการศึกษาใหม่ปี 2562-2563 กว่า 450,000 คน โดยมีอัตราการว่าจ้างจำนวน 260,000 อัตรา โดยใช้งบประมาณ 23,000 ล้านบาท สำหรับวัตถุประสงค์หลักของมาตรการฯ เพื่อเกื้อหนุนการจ้างงานผู้จบการศึกษาใหม่ซึ่งมีอัตราค่าจ้างตามวุฒิการศึกษา ดังต่อไปนี้ - ระดับปริญญาตรี เดือนละ 15,000 บาท - ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส) เดือนละ 11,500 บาท - ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช) เดือนละ 9,400 บาท "ซึ่งรัฐบาลจะให้การสนับค่าตอบแทน 50% ของค่าตอบแทนรายเดือนตามวุฒิการศึกษาไม่เกิน 7,500 บาทต่อเดือนต่อคน"นายดนุชา กล่าว นายดนุชา กล่าวเพราะ นักศึกษาจบใหม่ที่เป็นผู้รับจ้างซึ่งสามารถร่วมโครงงาน มีคุณลักษณะดังนี้ - จะต้องมีเชื้อชาติไทย อายุไม่เกิน 25 ปี - หรืออายุเกิน 25 ปี แม้กระนั้นต้องจบกาศึกษาในปี 2562 หรือปี 2563 - มีช่วงเวลาในการจ้างแรงงาน 1 ปี เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2563 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2564

“ทั้งนี้การจ้างแรงงานจะอยู่ภายใต้ข้อจำกัดสำคัญ คือ เจ้านายจะต้องอยู่ในระบบประกันสังคม แล้วก็มีการยืนยันตัวตนผ่านกระทรวงแรงงาน ไม่ลดพนักงงานเกิน 15% ภายในเวลา 1 ปี” รองเลขาธิการสศช. กล่าวเหตุว่า นอกนั้นเจ้านายต้องมีการตกลง 2 ส่วน ได้แก่ 1. ทำข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับผู้รับจ้าง 2. ทำสัญญาระหว่างนายจ้างกับกระทรวงแรงงาน เพื่อไม่ให้เจ้านายมีการเลิกว่าจ้างก่อนหมดสัญญาข้างใน 1 ปี รวมทั้งในเรื่องที่ลูกจ้างลาออกในระหว่างโครงการ นายจ้างหรือผู้ครอบครองประกอบการสามารถหาผู้รับจ้างใหม่มาชดเชยได้ ล่าสุดเจ้านายขานรับจ้างนิสิตจบใหม่ 2.6 แสนคน รัฐช่วยให้เงินเดือนให้ 50 % โดยนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานที่ประชุมอุตสาหกรรมที่ประเทศไทย บอกว่า ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และก็ถูกตอกย้ำซ้ำเติมจากพิษวัววิด ส่งผลให้นิสิตจบใหม่ ได้โอกาสได้ดำเนินงานไม่ถึง 30% แต่มาตรการว่าจ้างเด็กที่เพิ่งจะเรียบจบมาหมาดๆ 2.6 แสนคน โดยเมืองอุดหนุนค่าตอบแทนให้ 50 % จะช่วยเพิ่มจังหวะให้ธุรกิจที่จัดแจงจะตัดโควตารับบัณฑิตจบใหม่ทิ้ง หันกลับมาเปิดรับอีกที รวมไปถึงเพิ่มช่องทางให้ธุรกิจที่ตั้งใจรับนักศึกษาจบใหม่อยู่แล้ว เพิ่มโควตาสำหรับเพื่อการเปิดรับเยอะขึ้นเรื่อยๆ เพราะเหตุว่ารัฐช่วยลดทุนการว่าจ้าง ซึ่งอัตราจ้างบัณฑิตจบใหม่ เริ่มตั้งแต่ 9,000-20,000 บาทต่อเดือน แล้วแต่กรุ๊ปอุตสาหกรรม ทักษะ และก็ประสบการณ์ของแรงงาน โดยอุตสาหกรรมที่จะได้รับประโยชน์ ค่อนข้างนานาประการ อย่างเช่น อุตสาหกรรมของกิน เครื่องมือทางการแพทย์ รวมทั้งภาคบริการ นอกเหนือจากนั้น เตรียมเสนอให้เมือง ใคร่ครวญมาตรการช่วยเหลือคนตกงานเพิ่มเติมอีก โดยขยายมาตรการประกันสังคมช่วยจ่าย 62% ของค่าจ้างรายเดือนไปจนกระทั่งสิ้นปี และล่าสุดนายกรัฐมนตรีได้รับปาก จะช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี. โดยสำหรับการสัมมนาคณะรัฐมนตรีอาทิตย์หน้า ตระเตรียมคลอดมาตรการให้การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ จะต้องใช้ผลิตภัณฑ์จากบริษัทที่ผลิตในประเทศไทย ภายใต้รูปทรงที่ระบุ โดยให้สภาอุตสาหกรรมฯ เก็บรวบรวมรายชื่อ SME ทั้งสิ้นไว้แล้ว ในเวลาที่นายสุพัฒนดงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พูดว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะถัดไป จะทยอยพิจารณา โดยจะมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว กระตุ้นการใช้จ่าย และกระตุ้นการลงทุน ซึ่งอาจทำงานซ้ำหรือเพิ่มเวลาและปรับแต่งมากขึ้น เช่น การแก้ไขมาตรการท่องเที่ยว ที่นำข้อเสนอแนะเอกชนมาพิเคราะห์ด้วย โดยการออกมาตรการจำเป็นต้องนึกถึงการเสี่ยงของการระบาดระยะ 2 ด้วย ก็เลยใส่เม็ดเงินไปทั้งหมดในคราวเดียวมิได้ ด้วยเหตุว่าจะต้องเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตด้วย
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : เขียนเรซูเม่