เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก
100Y DESiGN

WEBSITE GRAPHIC DESIGN

ดื่มกาแฟ มีประโยชน์ หรือโทษ พอดีเป็นคนชอบดื่มกาแฟ ถึงขั้นต้องดื่มทุกวัน เลยอยากรู้ว่าการดื่มกาแฟมีประโยชน์หรือโทษอย่างไร จะได้รู้ว่าควรลดหรือดื่มต่อไป
เขียนโดย ตี๋น้อย | 09 ตุลาคม 2554 เวลา 17:45:55 น. | ผู้เข้าชม 3796 ครั้ง



ตี๋น้อยไปหาข้อมูลลมาให้อ่านว่าการดื่มกาแฟ มีประโยชน์หรือไม่ ได้ยินมีแต่คนบอกว่ามีแต่โทษ เพราะก็เป็นคนนึงที่ต้องดื่นทุกวัน ก็เลยไปหาข้อมูลมาให้อ่านกันแบบเน้นๆ กันไปเลย

ที่แรกไปเจอจากเว็บบอร์ดของ โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท www.kluaynamthai.com ก็เลยคิดว่าน่าเชื่อถือได้เลยเอามาลง ลองอ่านดูนะ

หากพูดถึงกาแฟ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเครื่องดื่มที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของหลายๆ คนในปัจจุบัน ด้วยความนิยมชมชอบที่แตกต่างกันไป ความนิยมในการดื่มกาแฟนี้ ทำให้เกิดร้านกาแฟขึ้นมากมาย ทั้ง Brand ใหญ่ เจ้าพ่อกาแฟอย่าง Starbuck หรือ True Coffee ไล่ลงมาถึงร้านเล็กๆ มากมายทั่วไป แม้กระทั่งบูธขายกาแฟตามข้างทางก็เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน

จากสมัยก่อนที่น้ำชา และกาแฟ ถูกบรรจุอยู่ในบทเรียนวิชาเรียนประถม ในฐานะเครื่อมดื่มที่มี "คาเฟอีน" และมีฤทธิ์เป็นยาเสพติดอย่างอ่อนๆ ทำให้ความนิยมในการดื่มกาแฟ มีไม่มากนัก และอยู่ในวงของผู้ใหญ่ แต่ในปัจจุบัน ภาพลักษณ์ของกาแฟที่เป็นสิ่งเสพติดนั้น ได้ลางหายไป ด้วยกระแสนิยม และไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ใหญ่เท่านั้น วัยรุ่นก็นิยมดื่มกันมากขึ้นเช่นกัน

กาแฟ มีประโยชน์ หรือโทษกันแน่ แล้วเราควรดื่มมากน้อยแค่ไหน?

มีนักวิทยาศาสตร์ ทำวิจัยเกี่ยวกับคุณค่าทางอาหารของกาแฟ และผลกระทบในการดื่มกาแฟกันอย่างมากมาย หลายสถาบัน บ้างก็ส่งเสริมกัน บ้างก็แย้งกัน ทำเอาผู้ที่นิยมดื่มกาแฟสับสนกันไปตามๆ กัน ว่า ตกลงควรดื่มไม๊เนี่ย

เอาเป็นว่าผมจะเอาข้อมูลทั้ง คุณ และ โทษ ของกาแฟที่เด่นๆ มาเสนอให้อ่านกันนะ

ประโยชน์ของกาแฟ
      1. อร่อย! ไม่เคยมีบทความ หรืองานวิจัยไหนเขียนถึงประโยชน์ข้อนี้ของกาแฟกันเล้ย... (เก็บกดส่วนต้ว) ผมถือว่านี่คือประโยชน์อย่างหนึ่งของกาแฟ งั้นผมก็ขอเขียนหน่อยละกัน เพราะส่วนตัวของผม และส่วนตัวของหลายๆ คนชื่นชอบกาแฟ เพราะรถชาติที่หอมกรุ่นละมุนนุ่มลิ้น และรสชาติสาระพัดสาระเพอะไรก็ตามที่มันถูกใจเรา ทำให้เรารู้สึกมีความสุข และผ่อนคลายทุกครั้งที่ได้ดื่ม ยิ่งได้ดื่มในร้านที่นั่งสบาย พร้อม Wifi นะ โอ๊ย นั่งแช่เลยล่ะ... (ข้อนี้พอก่อนเนอะ เดี๋ยวจะยาว)
      2. มีบทวิจัยหลายชิ้นบอกว่า กาแฟช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้ถึง 25% (จริงดิ)
      3. ช่วยลดคอเลสเตอรอล
      4. ช่วยทำให้ร่างกายสดชื่น ตื่นตัวอยู่เสมอ แก้ความอ่อนเพลียของกล้ามเนื้อ
      5. ช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ และมะเร็งในตับด้วยนะ
      6. ช่วยลดอาการความดันโลหิตต่ำ
      7. จริงๆ มีเยอะกว่านี้ ถ้าเอามาหมดเดี๋ยวจะอ่านกันเพลินหลับไปซะก่อน ยกไว้เท่านี้นะ มาดูข้อเสียกันบ้าง

โทษของกาแฟ
      1. กาแฟทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น แน่นอนว่ามันไปกระตุ้นหัวใจ ทำให้สูบฉีดมากขึ้น ทำให้ความดันขึ้น ใครที่มีปัญหาความดันโลหิตสูง ไม่ควรดื่มกาแฟในขณะเครียด หรือกดดันจากการทำงานนะ
      2. กาแฟทำให้การดูซึมแร่ธาตุ และแคลเซียมน้อยลง ทำให้เสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน ใครที่อายุมากๆ แล้วมีการเสื่อมถอยของความหนาแน่นกระดูก ไม่ควรทานกาแฟมากๆ นะครับ
      3. กาแฟจะช่วยเรียกน้ำย่อยในกระเพาะอาหารมากกว่าปกติ ใครเป็นโรคกระเพาะ อย่าทานขณะท้องว่างนะ


กาแฟก็มีทั้งประโยชน์ และโทษ ไม่เฉพาะกาแฟนะครับ อาหารทุกอย่าง มีทั้งประโยชน์และโทษในตัวเอง ทานแต่พอดี รักษาสมดุลของร่างกาย เราก็จะมีความสุขกับการทานอาหร และสุขภาพแข็งแรงอีกด้วย






อีกบทความเป็นผลการวิเคราะห์ จากบทความของโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา ที่ www.samitivejhospitals.com

กาแฟ (coffee) เป็นเครื่องดื่มมหัศจรรย์ที่มีรสชาติหอมหวน ชวนดื่ม บางคนก็บอกว่ากาแฟนั้นเป็นเครื่องดื่มจากสวรรค์ เพราะมันสร้างสุนทรียภาพให้กับผู้ดื่มได้ บางคนก็ทำธุรกิจร้านกาแฟจนมีเงินตั้งตัวได้ และอีกไม่น้อยที่ถึงกับทำให้ร่ำรวยเลยทีเดียว แต่ทางด้านวิชาการก็มีข้อมูลของกาแฟต่อผลของสุขภาพอยู่มากมาย บ้างก็บอกว่ามันมีประโยชน์อยู่ไม่ใช่น้อย แต่บ้างก็บอกว่ามีโทษอยู่เยอะเหมือนกัน

การที่คนเราดื่มกาแฟนั้น ถ้าไม่ได้ติดใจในรสชาติของกาแฟแล้ว ส่วนหนึ่งก็อาจจะเพราะหวังผลลดความง่วง สารออกฤทธิ์สำคัญที่อยู่ในกาแฟคือสารคาเฟอีน (caffeine) สารเคมีชนิดนี้มีฤทธิ์กระตุ้นประสาท จึงทำให้ผู้ดื่มตื่นจากอาการง่วงได้ นอกจากฤทธิ์กระตุ้นประสาทแล้ว คาเฟอีนยังออกฤทธิ์ต่อร่างกายส่วนอื่นๆ ด้วยไม่ต่างจากการกินยาชนิดหนึ่งเข้าไป ผลข้างเคียงที่ว่านี้ได้แก่ ทำให้ใจสั่น ชีพจรเร็วขึ้น เวียนหัว กระสับกระส่าย ปากแห้ง ปวดท้อง คลื่นไส้ ท้องเสีย ปัสสาวะเพิ่มขึ้น ผลข้างเคียงที่กล่าวมานี้ อาจเกิดขึ้นมากน้อยแตกต่างกันไปในคนแต่ละคน หรือในคนคนเดียวกัน ผลบางอย่างก็เกิดมาก ผลบางอย่างก็เกิดน้อย ผลแต่ละอย่างจะเกิดมากหรือเกิดน้อยก็ขึ้นอยู่กับปริมาณคาเฟอีนที่ได้รับและ สรีระวิทยาของร่างกาย

     ด้วยเหตุนี้ท่านที่อยู่ในวงสังคมคนชอบดื่มกาแฟ คงจะเคยได้ยินเพื่อนบางคนบอกว่า ดื่มกาแฟแล้วไม่เห็นหายง่วงเลย หรือดื่มกาแฟทีไรแล้วท้องเสียทุกที หรือดื่มกาแฟแล้วใจสั่นจนทำงานไม่ได้ ในขณะที่บางคนดื่มกาแฟไปแล้วมีอาการเหล่านี้บ้างแต่ก็ไม่รุนแรงนัก       
     ในเรื่องของฤทธิ์กระตุ้นสมอง ก่อให้เกิดอาการใจสั่น และทำให้ชีพจรเต้นเร็วนั้น หากได้รับคาเฟอีนในปริมาณสูงมาก เช่น ในกรณีของการกินคาเฟอีนอัดเม็ดที่มีขายในต่างประเทศเข้าไปจำนวนมากเกิน สามารถทำให้หัวใจเต้นรัวจนเสียชีวิตได้ ในกรณีของการกินเมล็ดกาแฟสดเข้าไปจำนวนมาก ก็เคยมีรายงานว่าทำให้มีอาการโคม่าได้เหมือนกัน แต่สำหรับกรณีของกาแฟที่ชงสำเร็จแล้วนั้น ปริมาณคาเฟอีนที่มีอาจไม่มากพอที่จะทำให้โคม่าหรือเสียชีวิตได้ ถ้าไม่ได้ดื่มเข้าไปหลายๆ ลิตร 
 
     ในภาพรวมของการทำให้เสียชีวิตและเป็นมะเร็งในระยะยาว เราพบว่าการดื่มกาแฟเป็นประจำอาจช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุรวม กันลงได้ สำหรับในเรื่องการก่อมะเร็งนั้น ข้อสรุปเท่าที่มีในปัจจุบันเราเชื่อว่าการดื่มกาแฟไม่ใช่เหตุก่อมะเร็ง

     มีงานวิจัยหลายชิ้น บ่งชี้ว่ากาแฟ อาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงจากโรคบางอย่างได้ ตัวอย่างของโรคเหล่านี้ เช่น โรคหลงลืม (dementia) โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease) ทำให้ความจำระยะสั้นดีขึ้น (short term recall) ลดความเสี่ยงต่อการเป็นนิ่วในถุงน้ำดี (gallstone) ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน (diabetes) ช่วยป้องกันภาวะตับแข็ง (cirrhosis) ลดความเสี่ยงต่อการตายจากโรคหัวใจและหลอดเลือด (cardiovascular disease) ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเกาต์ (gout) 

     หากกล่าวถึงผลเสียของการดื่มกาแฟ ก็มีงานวิจัยหลายฉบับที่พบอันตรายจากการดื่มกาแฟเช่นกัน ที่ค่อนข้างชัดเจนคือกาแฟทำให้เป็นแผลในกระเพาะอาหาร กระตุ้นให้เกิดอาการกรดไหลย้อน ทำให้ระดับไขมันในเลือดสูงขึ้น ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นชั่วคราว รบกวนการดูดซึมธาตุเหล็กและทำให้เกิดภาวะโลหิตจางในมารดาและทารก ทำให้นอนไม่หลับ และวิตกกังวล 
ในเรื่องการป้องกันฟันผุ มีการตั้งสมมติฐานว่า สารกลุ่มโพลีฟีนอลในกาแฟมีฤทธิ์ป้องกันฟันผุได้ ดังนั้นการดื่มกาแฟไม่ใส่น้ำตาลอาจทำให้ลดโอกาสในการเกิดฟันผุลง แต่หากมองในแง่ความสวยงามแล้ว พบว่ากาแฟมีฤทธิ์ทำให้ฟันเหลือง  
 
     เกี่ยวกับอาการปวดหัวกับกาแฟ ในอดีตเราเชื่อว่าคาเฟอีนในกาแฟเป็นสารที่มีฤทธิ์แก้ปวดหัวได้ ยาแก้ปวดหัวหลายสูตรจึงมีส่วนผสมของคาเฟอีนอยู่ด้วย ซึ่งได้ผลทั้งในกรณีปวดศีรษะแบบบีบรัด และโรคปวดศีรษะไมเกรน อย่างไรก็ตามงานวิจัยบางส่วนมีข้อมูลแย้งว่า การได้รับคาเฟอีนในระยะสั้นนั้นอาจลดอาการปวดหัวได้จริง แต่ถ้าดื่มบ่อยๆ จนเกิดอาการติด เมื่อไม่ได้ดื่มกลับจะทำให้ปวดหัวมากขึ้น 
     
     ส่วนในเรื่องของการต้านอนุมูลอิสระ มีการกล่าวถึงกาแฟทั้งแง่ที่ว่าสามารถป้องกันมะเร็งได้ เนื่องจากฤทธิ์ของสารต้านอนุมูลอิสระในกาแฟหลายตัว เช่น เมทิลไพริดิเนียม โพลีฟีนอล อย่างไรก็ตาม ฤทธิ์ของสารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ ค้นพบการออกฤทธิ์แค่เพียงในหลอดทดลองเป็นส่วนใหญ่ การพิสูจน์ผลออกฤทธิ์ที่เกิดประโยชน์ในคนจริงๆ ยังไม่มีชัดเจน การเชื่ออย่างสนิทใจว่ากินกาแฟแล้วจะป้องกันมะเร็งได้นั้นจึงยังอาจไม่ถูก นัก ในทางตรงข้ามกัน นักวิจัยก็ค้นพบสารสกัดที่อาจก่อมะเร็งอยู่ในกาแฟหลายชนิดเหมือนกัน แต่สารเหล่านี้ก็มีข้อมูลแต่เพียงในหลอดทดลอง ข้อสรุปที่เป็นกลางในปัจจุบันนี้ที่พอเชื่อถือได้ คือการกล่าวว่า การดื่มกาแฟค่อนข้างชัดเจนว่าไม่ใช่เหตุก่อมะเร็ง แต่ฤทธิ์ต้านมะเร็งนั้นมีจริงหรือไม่อาจยังไม่รู้แน่ชัด


     จากผลที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่า ผลของกาแฟต่อสุขภาพนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยข้อดีดูจะมีมากกว่าข้อเสียเล็กน้อย ผลบางอย่างข้อมูลปัจจุบันยังดูมีความขัดแย้งกันอยู่ อาจต้องรอการพิสูจน์ในอนาคตจึงจะทราบข้อสรุปที่ชัดเจนขึ้น ในประชากรบางกลุ่ม การดื่มกาแฟอาจก่อผลเสียได้ค่อนข้างมาก เช่น คนเป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ คนเป็นโรคกระเพาะอาหาร คนเป็นโรคกรดไหลย้อน ประชากรกลุ่มนี้จึงควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟถ้าเป็นไปได้ แต่ในคนที่ไม่มีความเสี่ยงใดๆ แล้ว การดื่มกาแฟก็ไม่ได้เป็นเรื่องห้าม


ขอขอบคุณที่มา www.kluaynamthai.com และ www.samitivejhospitals.com
Tag »  กาแฟ  coffee 

บทความ แนะนำ

วิธีตรวจเช็ครถยนต์ด้วยตัวเองก่อนเดินทาง กรณีที่คุณต้องการเดินทางไกล สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ ตรวจเช็คสภาพรถยนต์ด้วยตัวคุณเองเพื่อช่วยให้เกิดมั่นใจในการขับขี่รู้สู้ flood ตอนที่ 4 การรับมือในภาวะน้ำท่วม จะพาคุณไปดูว่า เมื่อถึงเวลาที่น้ำ (หรือพี่วาฬ) มาเยี่ยมเราถึงบ้านจริงๆ เราจะมีวิธีรับมือกับมันอย่างไรได้บ้างรู้สู้ flood ตอนที่ 2 สามคำถามยอดฮิต จะช่วยตอบคำถามสามัญประจำโลก ที่ว่า "บ้านเราน้ำจะท่วมไหม ท่วมสูงเท่าไหร่ และท่วมนานแค่ไหน"รู้สู้ flood ตอนที่ 6 : ตุนอย่างมีสติ ซื้อของเพื่อ "ตุน" ได้อย่างเหมาะสมและพอดีกับความต้องการ ลดภาพชั้นวางสินค้าที่วางเปล่าในซุปเปอร์มาร์เก็ตรู้สู้ flood ตอนที่ 3 เตรียมตัวก่อนน้ำมาถึง เตรียมตัวก่อนที่น้ำจะท่วม ตั้งสติ จัดการเก็บของ และจัดการตัวเองเพื่อรอน้ำที่จะมาท่วม เพื่อลดปัญหาหนักให้เป็นเบา
Comment สำหรับสมาชิก 100Y Design.com เท่านั้น
กรอกรหัส =>
คำถามที่ต้องการคำตอบ แสดงความคิดเห็นธรรมดา
ไม่สามารถส่งข้อความได้ กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก
หมายเหตุ ระบบ Comment สำหรับสมาชิก จะทำให้ทีมงานของทางเว็บไซต์ทราบทันที่เมื่อมีสมาชิกฝากข้อความ หรือตั้งคำถามที่ต้องการคำตอบ ทางทีมงานจะพยายามหาคำตอบเพื่อที่มาตอบคำถามให้เร็วที่สุด
Comment สำหรับสมาชิก Facebook